ปริมาณการฝึกซ้อมและการบริหารสมรรถนะ
การวัดระดับความหนัก ติดตามความฟิต และพัฒนาสมรรถนะให้ถึงขีดสุด
ทำความเข้าใจเรื่องปริมาณการฝึกซ้อม (Training Load)
การวัดปริมาณการฝึกซ้อมจะช่วยตอบคำถามสำคัญที่ว่า: การซ้อมครั้งนั้นหนักแค่ไหน? มันไม่ใช่แค่เรื่องของระยะทางหรือเวลา แต่คือแรงกดดันทางสรีรวิทยาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ
ระบบ Training Stress Score (TSS) ที่พัฒนาโดย Dr. Andrew Coggan นำเสนอวิธีการมาตรฐานในการเปลี่ยนความเข้มข้นและระยะเวลาของการฝึกซ้อมให้เป็นตัวเลขชุดเดียว สำหรับการว่ายน้ำ เราใช้ Swim Training Stress Score (sTSS) พร้อมด้วยการปรับปรุงที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับคุณสมบัติแรงต้านที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำ
มาตรฐานของ TSS
การว่ายน้ำที่ความเร็วขีดจำกัด (CSS) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง = 100 TSS
การกำหนดมาตรฐานนี้ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบการซ้อมในแต่ละครั้ง แต่ละสัปดาห์ และแต่ละวงจรการฝึกซ้อมได้ เช่น การว่ายที่ระดับขีดจำกัดเป็นเวลา 30 นาที = ~50 TSS และการว่ายที่ระดับขีดจำกัดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง = ~200 TSS
Swim Training Stress Score (sTSS)
สูตรการคำนวณ
โดยที่ค่า Intensity Factor (IF) คือ:
และค่า Normalized Swim Speed (NSS) คือ:
⚡ ปัจจัยยกกำลังสาม (IF³)
นวัตกรรมที่สำคัญ: การว่ายน้ำใช้ IF³ ในขณะที่การปั่นจักรยานหรือการวิ่งใช้ IF² สิ่งนี้สะท้อนถึงกฎทางฟิสิกส์ของน้ำที่ว่า—แรงต้านจะเพิ่มขึ้น แบบทวีคูณ ตามความเร็ว
การว่ายเร็วขึ้นเพียง 10% ในน้ำ ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง ~33% ปัจจัยยกกำลังสามนี้จึงช่วยวัดภาระทางสรีรวิทยาที่เพิ่มขึ้นนี้ได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างการคำนวณ
ข้อมูลนักว่ายน้ำ:
- CSS: 1:33/100m = 93 วินาที/100m
- FTP: 64.5 เมตร/นาที (100m / 1.55 นาที)
ข้อมูลการฝึกซ้อม:
- ระยะทางรวม: 3000 เมตร
- เวลาที่เคลื่อนที่: 55:00 (3300 วินาที)
- เวลาพัก: 10:00 (ไม่นำมาคำนวณ)
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณค่า NSS
NSS = 54.5 เมตร/นาที
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่า IF
IF = 0.845
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณค่า sTSS
sTSS = 0.603 × 0.917 × 100
sTSS = 55.3
คำแนะนำระดับความหนักของ sTSS
| ช่วงค่า sTSS | ระดับความหนัก | คำอธิบาย | ตัวอย่างการฝึกซ้อม |
|---|---|---|---|
| < 50 | พักฟื้นแบบเบาๆ | ว่ายน้ำเบาๆ เน้นเทคนิค การพักผ่อนเชิงรุก | ว่ายพักฟื้น 30-45 นาที, ชุดฝึกเทคนิค |
| 50-100 | การฝึกระดับปานกลาง | ปริมาณการฝึกซ้อมตามปกติในแต่ละวัน | ความอดทนทางแอโรบิก 60-90 นาที, ผสมผสานหลายโซน |
| 100-200 | การฝึกระดับหนัก | เซสชันคุณภาพที่เน้นช่วง Threshold/VO₂ | 90-120 นาที พร้อมช่วง CSS Interval, ชุดความเร็วแข่ง |
| 200-300 | การฝึกระดับหนักมาก | การจำลองการแข่ง, ช่วงการฝึกที่ความเข้มข้นสูงมาก | เซสชัน 2-3 ชั่วโมง, การว่ายจับเวลา, ชุดออกแรงสูงสุด |
| > 300 | การฝึกระดับสุดโหด | วันแข่งขัน, กิจกรรมว่ายน้ำระยะไกลพิเศษ | การแข่งขัน, การว่ายไตรกีฬา Ironman, การว่ายมาราธอน |
📊 เป้าหมาย TSS รายสัปดาห์แบ่งตามระดับ
- ระดับเริ่มต้น: 200-400 TSS/สัปดาห์
- ระดับกลาง: 400-700 TSS/สัปดาห์
- ระดับสูง/แนวหน้า: 700-1000+ TSS/สัปดาห์
ค่าเหล่านี้จะสะสมกลายเป็นค่า Chronic Training Load (CTL) ของคุณ
กราฟบริหารสมรรถนะ (Performance Management Chart - PMC)
กราฟ PMC จะแสดงความสัมพันธ์ของตัวชี้วัด 3 ค่าที่บอกเล่าเรื่องราวการฝึกซ้อมของคุณอย่างครบถ้วน: ความฟิต, ความเหนื่อยล้า และความพร้อมของร่างกาย
CTL - Chronic Training Load
ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลของ TSS รายวันย้อนหลัง 42 วัน แสดงถึงสมรรถนะทางแอโรบิกและการปรับตัวจากการฝึกซ้อมในระยะยาว
ATL - Acute Training Load
ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลของ TSS รายวันย้อนหลัง 7 วัน บ่งบอกถึงความเครียดจากการฝึกซ้อมและความเหนื่อยล้าที่สะสมในช่วงเร็วๆ นี้
TSB - Training Stress Balance
ส่วนต่างระหว่างความฟิตและความเหนื่อยล้าของเมื่อวาน บ่งบอกถึงความพร้อมในการแข่งขันหรือความจำเป็นในการพักผ่อน
ทำความเข้าใจ CTL: ตัวชี้วัดความฟิตของคุณ
CTL คือตัวแทนของอะไร
ค่า CTL จะวัดปริมาณงานในการฝึกซ้อมที่ร่างกายของคุณ ปรับตัวได้แล้ว ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่า CTL ที่สูงขึ้นหมายถึง:
- ขีดความสามารถทางแอโรบิกและความอดทนที่มากขึ้น
- ความสามารถในการรับปริมาณการฝึกซ้อมได้มากขึ้น
- การปรับตัวของกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญที่ดีขึ้น
- สมรรถนะที่รักษาไว้ได้ในระดับสูง
ค่าคงที่เวลา: 42 วัน
ค่า CTL มีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 14.7 วัน หลังจากผ่านไป 42 วัน ผลกระทบจากการฝึกซ้อมครั้งหนึ่งจะยังคงหลงเหลืออยู่ประมาณ 36.8% (1/e)
การลดลงอย่างช้าๆ นี้หมายความว่าความฟิตจะค่อยๆ สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ เช่นกัน—ช่วยป้องกันการสูญเสียความฟิตในช่วงที่หยุดพักสั้นๆ
ค่ามาตรฐานของ CTL
กำลังสร้างพื้นฐานความฟิต, ว่ายน้ำ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์
ฝึกซ้อมสม่ำเสมอ, ว่ายน้ำ 4-5 ครั้ง/สัปดาห์
ปริมาณการฝึกซ้อมสูง, ว่ายน้ำ 5-6 ครั้ง/สัปดาห์, มีการซ้อมสองมื้อในบางวัน
ปริมาณการฝึกซ้อมระดับมืออาชีพ, 8-12 เซสชัน/สัปดาห์
- ระดับเริ่มต้น: +3 ถึง +5 CTL ต่อสัปดาห์
- ระดับกลาง: +5 ถึง +7 CTL ต่อสัปดาห์
- ระดับสูง: +7 ถึง +10 CTL ต่อสัปดาห์
การเพิ่มขึ้นเกินกว่าอัตราเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสภาวะหมดไฟอย่างมีนัยสำคัญ
ทำความเข้าใจ ATL: ตัวชี้วัดความเหนื่อยล้าของคุณ
ค่า ATL จะติดตามความเครียดจากการฝึกซ้อมในระยะสั้น—ซึ่งคือความเหนื่อยล้าที่สะสมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่านี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการฝึกที่หนักหน่วง และจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่พักผ่อน
ลักษณะความเคลื่อนไหวของ ATL
- การตอบสนองที่รวดเร็ว: ใช้ค่าคงที่เวลา 7 วัน (ค่าครึ่งชีวิต ~2.4 วัน)
- รูปแบบกราฟที่ผันผวน: กระโดดสูงขึ้นหลังเซสชันหนัก และดิ่งลงในช่วงพักฟื้น
- ตัวชี้วัดการพักฟื้น: ค่า ATL ที่ลดลงหมายถึงความเหนื่อยล้าที่กำลังคลี่คลาย
- คำเตือนเรื่องการฝึกเกิน (Overtraining): ค่า ATL ที่สูงค้างไว้อย่างต่อเนื่องบ่งบอกถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
🔬 โมเดลความฟิตและความเหนื่อยล้า (Fitness-Fatigue Model)
การฝึกซ้อมในทุกๆ เซสชันจะส่งผลกระทบ 2 ประการ:
- แรงกระตุ้นความฟิต (สร้างช้าๆ และอยู่ได้นาน)
- ความเหนื่อยล้า (สร้างเร็ว และหายไปเร็ว)
สมรรถนะ (Performance) = ความฟิต - ความเหนื่อยล้า กราฟ PMC จะช่วยจำลองโมเดลนี้ ทำให้เราสามารถวางแผนการฝึกซ้อมเป็นช่วงเวลา (Periodization) ได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์
ที่สภาวะคงที่ (Steady State)
เมื่อปริมาณการฝึกซ้อมคงที่ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ค่า CTL และ ATL จะเข้าหากัน:
ตัวอย่าง: ทำ 500 TSS/สัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ
ค่า CTL จะเคลื่อนเข้าหา ~71
ค่า ATL จะเคลื่อนเข้าหา ~71
ค่า TSB จะเคลื่อนเข้าหา 0
การแปลผล: ความฟิตและความเหนื่อยล้ามีความสมดุล ไม่มีส่วนขาดหรือส่วนที่สะสมเพิ่มขึ้น
ในช่วงการสร้างความแกร่ง (Build Phases)
เมื่อเพิ่มปริมาณการฝึกซ้อม:
ค่า ATL จะเพิ่มขึ้น เร็วกว่า ค่า CTL เนื่องจากค่าคงที่เวลาที่สั้นกว่า ค่า TSB จะกลายเป็นลบ (ความเหนื่อยล้า > ความฟิต) ซึ่งเป็นเรื่องปกติและก่อให้เกิดประโยชน์—เพราะคุณกำลังใช้หลักการ Overload เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายปรับตัว
ในช่วงลดปริมาณการฝึก (Taper)
เมื่อลดปริมาณการฝึกซ้อมลง:
ค่า ATL จะลดลง เร็วกว่า ค่า CTL ทำให้ค่า TSB กลายเป็นบวก (ความฟิต > ความเหนื่อยล้า) ซึ่งคือเป้าหมายของเรา—เพื่อให้ร่างกายสดชื่นในวันแข่งโดยที่ยังคงรักษาความฟิตไว้ได้
ทำความเข้าใจ TSB: ตัวชี้วัดความพร้อมของร่างกาย
ค่า TSB คือส่วนต่างระหว่างความฟิตของเมื่อวาน (CTL) และความเหนื่อยล้าของเมื่อวาน (ATL) ซึ่งบ่งบอกว่าคุณกำลังสดชื่นหรือเหนื่อยล้า พร้อมที่จะแข่งหรือต้องการการพักผ่อน
คู่มือการแปลผล TSB
| ช่วงค่า TSB | สถานะ | การแปลผล | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|---|
| < -30 | เสี่ยงต่อการฝึกเกิน | เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง อาจนำไปสู่สภาวะ Overtraining | ต้องพักฟื้นทันที ลดปริมาณการซ้อมลง 50% ขึ้นไป |
| -20 ถึง -30 | ช่วงการฝึกที่เหมาะสม | การโหลดที่ให้ผลดี กำลังสร้างความฟิต | ทำตามแผนต่อ ติดตามระดับความเหนื่อยล้าไม่ให้มากเกินไป |
| -10 ถึง -20 | ปริมาณงานปานกลาง | การสะสมการฝึกตามมาตรฐาน | ฝึกซ้อมตามปกติ สามารถเข้าเซสชันคุณภาพได้ |
| -10 ถึง +15 | ช่วงเปลี่ยนผ่าน/รักษาฟอร์ม | สภาวะที่สมดุล มีความล้าหรือความสดเล็กน้อย | เหมาะสำหรับการแข่งรายการระดับ B/C, การทดสอบ หรือสัปดาห์พักฟื้น |
| +15 ถึง +25 | ความพร้อมสูงสุด (Race Form) | สดชื่นและมีความฟิต เหมาะสำหรับหน้าต่างการแข่งขัน | เหมาะสำหรับการแข่งรายการสำคัญ (A-priority) |
| +25 ถึง +35 | สดชื่นมาก | พักผ่อนมาอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการแข่งระยะสั้น | การแข่งระยะสั้น, การว่ายจับเวลา, สภาวะที่พักผ่อนเต็มสูบ |
| > +35 | สมรรถนะลดลง | สูญเสียความฟิตเนื่องจากการหยุดชะงักนานเกินไป | กลับมาเริ่มซ้อม ความฟิตกำลังลดลงจากการพักที่นานเกินไป |
🎯 เป้าหมาย TSB ตามระยะทางการแข่งขัน
- Triathlon ระยะ Sprint/Olympic: TSB +15 ถึง +25 (Taper 7-10 วัน)
- Half Ironman (70.3): TSB +20 ถึง +30 (Taper 10-14 วัน)
- Full Ironman: TSB +15 ถึง +25 (Taper 14-21 วัน)
- การแข่งในสระว่ายน้ำ: TSB +15 ถึง +25 (Taper 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับรายการ)
ตัวอย่าง PMC: ช่วงการโหลดการฝึก → การลดระดับการฝึก (Taper) → การแข่งขัน
รอบการฝึกซ้อม 8 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 1-5: ช่วงการสร้างความแกร่ง (Building Phase)
- TSS รายสัปดาห์: 400 → 450 → 500 → 550 → 550
- CTL: ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจาก 50 → 65
- ATL: ติดตามโหลดรายสัปดาห์ ผันผวนอยู่ในช่วง 55-80
- TSB: มีค่าเป็นลบ (-15 ถึง -25) บ่งบอกถึงแรงกระตุ้นจากการฝึกซ้อมที่เป็นผลดี
สัปดาห์ที่ 6: สัปดาห์พักฟื้น (Recovery Week)
- TSS รายสัปดาห์: 300 (ลดลง 40%)
- CTL: ลดลงเล็กน้อยไปที่ ~63 (ยังรักษาความฟิตไว้ได้)
- ATL: ลดลงเหลือ ~50 (ความเหนื่อยล้าค่อยๆ หายไป)
- TSB: เพิ่มขึ้นเป็น +5 (ร่างกายเริ่มมีความสดชื่นบางส่วน)
สัปดาห์ที่ 7: การโหลดครั้งสุดท้าย (Final Build)
- TSS รายสัปดาห์: 500
- CTL: ไต่ระดับขึ้นไปที่ ~65
- ATL: พุ่งขึ้นไปที่ ~75
- TSB: กลับไปที่ -20 (ร่างกายได้รับแรงกระตุ้นการซ้อมคุณภาพ)
สัปดาห์ที่ 8: ช่วง Taper + การแข่งขัน
- วันที่ 1-9: ลดปริมาณงานซ้อมลง แต่คงความเข้มข้นไว้ (TSS รวม 200)
- CTL: ปรับตัวลดลงอย่างนุ่มนวลเหลือ ~62 (สูญเสียความฟิตน้อยมาก)
- ATL: ลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ ~40 (กำจัดความเหนื่อยล้าออกไป)
- TSB: พุ่งสูงสุดที่ +20 ในวันแข่งขัน
- ผลลัพธ์: ร่างกายสดชื่น มีความฟิต และพร้อมที่จะแสดงศักยภาพสูงสุด
✅ ทำไมการ Taper จึงได้ผล
ค่าคงที่เวลาที่แตกต่างกัน (42 วันสำหรับ CTL และ 7 วันสำหรับ ATL) ทำให้เกิดผลลัพธ์ของการ Taper:
- ATL ตอบสนองเร็ว → ความเหนื่อยล้าจางหายไปภายใน 7-10 วัน
- CTL ตอบสนองช้า → ความฟิตจะยังคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์
- ผลลัพธ์: ความฟิตยังคงอยู่แต่ความเหนื่อยล้าหายไป = สมรรถนะที่สูงสุด
แนวทางการนำไปใช้งานจริง
1️⃣ ติดตามค่า sTSS รายวัน
ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ บันทึกค่า sTSS ของการซ้อมทุกครั้งเพื่อให้เห็นแนวโน้ม CTL/ATL/TSB ที่แม่นยำ ข้อมูลที่ขาดหายจะทำให้กราฟความฟิตผิดเพี้ยนไป
2️⃣ ติดตามอัตราการเพิ่มของ CTL (Ramp Rate)
เพิ่มค่า CTL อย่างค่อยเป็นค่อยไป การเพิ่มขึ้น 5-7 แต้มต่อสัปดาห์เป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับนักว่ายน้ำส่วนใหญ่ การกระโดดเพิ่ม 15-20 แต้มอาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้
3️⃣ วางแผนสัปดาห์พักฟื้น
ทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ควรลดปริมาณการซ้อมลง 30-50% เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ปล่อยให้ค่า TSB เพิ่มขึ้นมาเป็น -5 ถึง +10 เพื่อเป็นการรวมพลังความฟิตและป้องกันการฝึกเกิน
4️⃣ กำหนดช่วงเวลา Taper
ตั้งเป้าหมายค่า TSB ที่ +15 ถึง +25 ในวันแข่ง เริ่มต้น Taper 7-14 วันก่อนหน้า ขึ้นอยู่กับระยะทางการแข่งและค่า TSB ในขณะนั้น
5️⃣ อย่าตกใจเมื่อค่า TSB เป็นลบ
ค่า TSB ระหว่าง -20 ถึง -30 ในช่วงการฝึกซ้อมเพื่อสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องปกติและก่อให้เกิดประโยชน์ หมายความว่าคุณกำลังให้ตัวกระตุ้นที่เพียงพอเพื่อให้ร่างกายปรับตัว
6️⃣ ให้ความสำคัญกับการลดลงของ CTL
หลังจากหยุดพักการซ้อมไปช่วงหนึ่ง อย่าพยายามกลับมารับโหลดเท่ากับค่า CTL เดิมในทันที ควรค่อยๆ สร้างขึ้นใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ
เป็นนายตัวเองในการบริหารปริมาณการฝึกซ้อม
ระบบ PMC จะเปลี่ยนความรู้สึกส่วนตัวในการซ้อมให้กลายเป็นข้อมูลที่เป็นรูปธรรม ด้วยการติดตามค่า sTSS, CTL, ATL และ TSB คุณจะสามารถควบคุมพัฒนาการของความฟิต บริหารความเหนื่อยล้า และกำหนดช่วงเวลาสมรรถนะสูงสุดได้อย่างแม่นยำ